มีอะไรในกระปุกครีม

ในเครื่องสำอางแต่ละชนิดมักจะมีองค์ประกอบหลักอยู่ด้วยเสมอขึ้นอยู่กับ ว่า ผู้ผลิตจะใช้สารในกลุ่มใดนั้น ซึ่งอาจจะต้องคำนึงถึงความเข้ากันได้ของส่วนผสมอื่นคุณภาพของสารจัดอยู่ใน เกรดใด  คุณสมบัติตรงต่อตามความต้องการหรือไม่ สีและกลิ่นเป็นอย่างไรและที่สำคัญที่สุดก็คือราคา เมื่อเลือกได้แล้วจึงผสมสารหลักต่าง ๆ ลงไปตามขั้นตอนของการทำเครื่องสำอางชนิดนั้น ๆ สารหลักเหล่านั้นได้แก่


1. น้ำ (Water)
น้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งมักจะใช้น้ำกลั่นเพื่อความบริสุทธิ์ ไม่ มีสารเจือปนและปราศจากเชื้อโรค ในเครื่องสำอางแต่ละชนิดจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบไม่เท่ากันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ จุดประสงค์ เช่น ครีมมีส่วนที่เป็นน้ำและน้ำมันอยู่ด้วยกัน โลชั่นคือครีมที่มีน้ำมากกว่าถ้าเป็นโทนเนอร์ก็จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากที่ สุด


2. น้ำมัน (Oil)
ครีมทั่วไปจะมีน้ำมันหรือไขมันเป็นส่วนประกอบซึ่งจะมีสัดส่วนมากน้อยแตก ต่าง กันไป ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า Oil-free นั้นจะมีส่วนที่เป็นน้ำมันน้อยแต่มีน้ำมากไขมันหรือน้ำมันประกอบไปด้วยกรด ไขมันชนิดใดชนิดหนึ่งและกลีเซอรีน (Glycerine) เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างกรดไขมันทั้ง 2 ชนิด คือ กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated Fatty) และกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fatty Acid)
น้ำมันหรือไขมันที่เป็นส่วนประกอบในครีมบำรุงผิวนั้นก็เพื่อป้องกันน้ำ ระเหยออกไปจากผิวหนัง การเลือกซื้อครีมที่เหมาะกับผิวก็ขึ้นอยู่กับชนิดของผิวแต่ละคนโลชั่นจะ เหมาะกับคนผิวมันเนื่องจากมีส่วนที่เป็นน้ำมันน้อย ส่วนคนที่มีผิวแห้งหรือตอนหน้าหนาวผิวแห้งก็อาจจะลองเปลี่ยนมาใช้ครีมแทน น้ำมันหรือไขมันไม่สามารถดูดซึมลึกลงไปในผิวหนังได้ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่มา จากพืชหรือสัตว์


3. สารที่ทำให้ข้น (Consistance)
น้ำกับน้ำมันเป็นสิ่งที่เข้ากันไม่ได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสารที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างน้ำกับน้ำมันให้อยู่ ด้วยกันได้ สารนั้นเรียกว่า Emulsifier ซึ่งเป็นตัวทำให้ข้นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จำเป็นต้องมีสารดังนี้ Lecitin, Lsopropyl Lanolate, Lsopropyl Myrsitate, Cococa Butter ฯลฯ


4. สารที่ทำให้ลื่น (Emollient)
เป็นสารที่ทำให้ส่วนผสมอื่น ๆ ให้เกลี่ยหรือซึมได้ทั่วผิวหนังสารที่ทำให้ลื่นมีหลายชนิด เช่น Propylene Glycol, Butylene Glycol, Polysrbates Glycol เป็นต้น


5. สารดูดชับน้ำ (Huemactant)
เป็นสารที่ช่วยให้ผิวรักษาน้ำไว้ได้ทำให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านสาร เหล่า นี้มีหลายชนิด เช่น Hyaluronic Acid, NaPCA, Collagen, Elastin, Prtein, Amino Amino Acid ฯลฯ สารเหล่านี้เป็น Moisturizer ที่ดีสำหรับผิว แต่ไม่สามารถซึมเข้าไปในผิวได้


6. สารกันเสีย (Preservative) และสาร Antioxidants
ในการผลิตเครื่องสำอางต่าง ๆ ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญมากในทุกขั้นตอนการผลิตภาชนะที่บรรจุต้องสะอาด ปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์เสียหรือบูดได้ง่าย ดังนั้นในเครื่องสำอางส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใส่สารกันเสียเพื่อยืดอายุ ผลิตภัณฑ์นั้นให้นานขึ้นสารกันเสียมีจุดประสงค์หลัก 2 ประการ คือ
1.    เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ
2.    เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น เรียกสารชนิดนี้ว่า Antioxidants


7. น้ำหอม (Perfume)
ผลิตภัณฑ์เกือบทุกชนิดมีการใส่น้ำหอมเพื่อให้มีกลิ่นหอมน่าใช้เป็น เอกลักษณ์ ความจริงแล้วน้ำหอมไม่ได้มีส่วนในการออกฤทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นเพียงแต่ให้กลิ่นหอมเท่านั้น ดังนั้นหากคุณมีผิวที่แพ้ง่ายก็ควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมดีกว่าน้ำหอมแบ่งออกได้ 3 ชนิด คือ
1.    Natural Perfume เป็นน้ำหอมที่ได้จากธรรมชาติ
2.    Natural ldentic Perfume หมายถึงน้ำหอมที่มีส่วนประกอบและกลิ่นเหมือนกับน้ำหอมที่ได้จากธรรมชาติ
3.    Perfume Synthetic คือน้ำหอมกลิ่นสังเคราะห์ที่ไม่เหมือนกลิ่นน้ำหอมที่ได้จากธรรมชาติ


8. สี (Color)
เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการผลิตเครื่องสำอางสีที่ใช้ในเครื่อง สำอาง บางชนิดก็เพื่อให้เกิดความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ในเครื่องสำอางบางชนิดสีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก เช่น แป้งผัดหน้าที่มีสีเนื้อโทนต่าง ๆ ลิปสติก อายแชโดว์ ดินสอเขียนคิ้ว หรือน้ำยาโกรกสีผม เป็นต้น
คุณสมบัติของสีที่ดีในเครื่องสำอาง
- ต้องไม่เป็นพิษกับผู้ใช้
- ต้องไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้
- มีความคงทนดี ไม่จืดจางหรือเปลี่ยนสีได้ง่าย
- ราคไม่แพง


9. อื่นๆ
อาทิเช่น สารสกัดจากพืชหรือสมุนไพร (Herb Extract), วิตามิน (Vitamin), สารซักฟอก (Detergent), สารสมานผิว (Astringent)