**พร้อมส่ง** Puritan ‘s Pride Lycopene 40 mg / 60 Softgels
1,100.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

ไลโคปีน (Lycopene) 

เป็นสารที่สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังได้หลายชนิดโดยเฉพาะโรคมะเร็งต่างๆ เนื่องจาก ไลโคปีน(Lycopene) มีคุณสมบัติพิเศษในการจับกับ อนุมูลอิสระ (Free radical) ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอและนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งในที่สุด หรือที่เรียกกันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ“แอนตี้ออกซิแดนท์ ( Antioxidant)” นั่นเอง ไลโคปีน(Lycopene) ยังเป็นสารที่มีฤทธิ์ที่ดีมากในการเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant) ใน ร่างกายช่วยยั้บยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันชนิด Low density lipoprotein (LDL) ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดี จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง ตัว(Atherosclerosis)ได้นอกจากนี้มีรายงานว่าการรับประทานมะเขือเทศหรือ ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศเป็นประจำ จะช่วยลดความความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่ อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer) รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีน(Lycopene) ในการลดความเสี่ยงของ มะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปากเป็นต้น

Lycopene เพื่อสุขภาพผิวที่ดี ขาวอมชมพู มีชีวิตชีวา

     ไลโคปีน (Lycopene) ให้มากกว่าผิวขาวอมชมพู จาก ผลวิจัย lycopene เป็นเม็ดสีที่ช่วยให้ผักและผลไม้ เช่นมะเขือเทศ แตงโม ส้มโอมีสีชมพูและแดง และนี่เป็นสาเหตุที่ไลโคปีน
(Lycopene) เป็นนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรนของกระแสผิวขาวอมชมพู และที่สำคัญ ไลโคปีนยังมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับนอกเหนือ จากการลดอัตราการเสี่ยง ของการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเซลล์หลายชนิด โดยจะลดการเกิดเซลล์ผิดปกติและยั้งการพัฒนา วงจรชีวิตของเซลล์ในช่วงต้นของการเกิดเซลล์ผิดปกติ (ระยะ G1)

     ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารสำคัญที่พบได้ในผลมะเขือเทศ จัดเป็นสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งใน 600 ชนิด พบไลโคปีนได้ใน มะเขือเทศ แตงโม เกรพฟรุตสีชมพู ฝรั่งสีชมพู และมะละกอ เป็นต้นพบไลโคปีนในปริมาณตั้งแต่ 0.9 –9.30 กรัม ใน 100 กรัมของมะเขือเทศสด

     ไลโคปีนเป็นสารประกอบที่ได้รับความสนใจเนื่องจากมีรายงานว่ามีประโยชน์ต่อ สุขภาพ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงในการเกิดเซลล์ผิดปกติที่อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุด



ควรรับประทานมะเขือเทศสดหรือมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงอาหารแล้ว?

     ความเชื่อที่ว่าของสดดีกว่าของที่ปรุงแล้ว ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป  ในกรณีของมะเขือเทศเป็นหนึ่งในข้อยกเว้น  มะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีนกับเนื้อเยื่อของ มะเขือเทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีนถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไล โคปีนเปลี่ยนรูปแบบ (จากไลโคปีนชนิด “ออลทรานส์”(all-trans-isomers)เป็นชนิด “ซิส”   (cis -isomers)) คือ เป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น

     ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณ ไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มก.ต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับการทานมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบในอาหาร 10 ครั้ง/สัปดาห์
 
ขนาดรับประทาน : วันละ 1 Softgel พร้อมมื้ออาหาร
ข้อควรระวัง : สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานวิตามิน
หมายเหตุ : วิตามินตัวนี้มีส่วนประกอบที่มาจากสิ่งมีชีวิต ผู้ที่รับประทานอาหารเจ ไม่สามารถรับประทานวิตามินตัวนี้ได้

คำเตือน:
1. ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มิใช่ยา ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคใดๆให้หายขาด ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละบุคคล
2.ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
3.ควรเก็บไว้ในที่ร่มให้พ้นแสงแดดและความร้อน
4.โปรดอ่านคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ก่อนใช้