**พร้อมส่ง** Puritan ‘s Pride Biotin 5000 mcg / 60 Capsules
650.00 บาท
ติดต่อสอบถาม

Puritan ‘s Pride Biotin 5000 mcg / 60 Capsules

บำรุงเส้นผมให้ดูดี สวยมีน้ำหนัก ไม่ขาดเปลดปัญหาการ หลุดร่วงของเส้นผม ชลอการเกิดผมหงอก เสริมความราะ ง่าย และบำรุงแก้ไขป้องกันปัญหาของเล็บเปราะบาง ฉีกขาดง่าย เป็นสารอาหารเสริมที่ใช้บำรุงเล็บให้แข็งแรง

ไบโอติน [Biotin] หรือ vitamin H

จัด เป็นวิตามินชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามิน บี แต่ก็ยังไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับปริมาณของวิตามินที่ร่างกายต้องการในแต่ละ วัน วิตามินนี้จะถูกสังเคราะห์โดยจุลินทรีย์ในลำไส้ ระดับของไบโอตินในเซรุ่มของคนปกติอยู่ระหว่าง 213-404 นาโนกรัม/มล. สาเหตุหนึ่งที่ร่างกายอาจขาดไบโอตินได้ก็คือ การรับประทานไข่ขาวดิบในปริมาณมากเป็นระยะเวลานานๆ ทั้งนี้เพราะในไข่ขาวมีสารที่จะทำลายไบโอติน เมื่อร่างกายเกิดอาการขาดวิตามินนี้ก็จะทำให้เกิดเป็นโรคผิวหนัง ผิวหนังมีสีเทา อ่อนเพลีย โลหิตจาง มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่าปกติ 

ไบโอติน ที่มีจำหน่ายโดยมากจะผสมรวมกับวิตามินอื่นๆ ในรูปของวิตามินรวม เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันการขาดวิตามินโดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะ ที่ต้องการปริมาณเพิ่มขึ้น สำหรับประโยชน์ในการรักษา โดยมากจะนำมารักษาโรคผิวหนังชนิดที่ต่อมไขมันมากเกินไป ซึ่งมักจะเกิดในเด็กและทารกโดยให้ขนาด 5-10 มก./วัน ให้โดยการฉีดจะทำให้อาการดีขึ้น 

อาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน ได้แก่ ตับหมู ไตวัว เนื้อวัว ปลาเนื้อขาว น้ำมันปลา ข้าวกล้อง ข้าวโพด รำข้าวสาลี ไข่ นม เนย โยเกิรต์ ผักต่างๆโดยเฉพาะดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี เห็ด แครอทเป็นต้นค่ะ ส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาผมร่วงนั้น ประโยชน์ของไบโอตินคือไบโอตินเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อขบวนการเมตาโบลิซึม หรือการเผาผลาญพลังงานจากทั้งคาร์โบไฮเดรต(แป้ง น้ำตาล) และโปรตีน ในแต่ละวันร่างกายคนเราต้องการไบโอตินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าขาดไปขบวนการใช้พลังงานต่าง ๆ ในร่างกายก็ผิดปกติ และพบว่าคนที่ขาดไบโอตินนั้นจะมีปัญหาเรื่องของผมหงอกก่อนวัย ผมหลุดร่วง ศีรษะล้าน มีผิวหนังแห้งอักเสบได้ง่าย เล็บเปราะหัก บางครั้งมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ อาจมีอาการซึมเศร้าได้ด้วย

ร่าง กายเราต้องการไบโอตินต่อวันเป็นจำนวนน้อยมาก แค่100-150ไมโครกรัม (ไมโครกรัมคือ1ในล้านของ1กรัม) ค่าRDAในประเทศไทยนั้นกำหนดว่าเราควรจะได้รับไบโอตินวันละ150ไมโครกรัมซึ่ง ดูเหมือนว่าโอกาสที่จะได้รับไบโอตินจากการกินอาหารอย่างเพียงพอไม่น่าจะขาด แคลน และบางส่วนยังสามารถสังเคราะห์ได์จากแบคทีเรียในลำไส้อีกด้วย แต่จากการสำรวจอาหารที่คนเรารับประทานพบว่าไบโอตินมีอยู่ในอาหารในปริมาณที่ น้อยมากเช่น

- ในตับ 1 ขีด หรือ 100 กรัม จะมีไบโอติน 100 ไมโครกรัม 

- ในถั่วเหลือง 100 กรัม จะมีไบโอตินเพียงแค่ 60-70 ไมโครกรัม

- ซีเรียล 100 กรัม จะมีไบโอตินเพียงแค่ไม่ถึง 30 ไมโครกรัม 

- ผลไม้และเนื้อสัตว์ยิ่งมีไบโอตินน้อยมาก ในผลไม้หรือสเต๊คเนื้อ 100 กรัมนั้น จะมีไบโอตินเพียงแค่0.6-2.3 ไมโครกรัมเท่านั้น คงต้องรับประทานอาหารพวกนี้เป็นปริมาณมากๆถึงจะได้รับไบโอตินเพียงพอกับความ ต้องการในแต่ละวัน

การรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานานๆและคนสูงอายุ ก็พบว่าเป็นสาเหตุให้การสังเคราะหไบโอตินในลำไส้ลดลง

ดัง นั้นจึงเป็นไปได้ว่าคนส่วนหนึ่งอาจจะขาดไบโอตินโดยไม่รู้ตัว และทำให้มีปัญหาเล็บเปราะฉีกขาดง่าย ผมหงอกก่อนวัย หรือผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงก่อนวัยอันสมควร และนี่เองคือที่มาของหลักการนำอาหารเสริมวิตามินไบโอตินมารับประทานเพื่อ ช่วยเสริมให้รากผมแข็งแรง ป้องกันหรือระงับการหลุดร่วงหรือผมหงอกก่อนวัย รวมทั้งช่วยให้มีเส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาแข็งแรงกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าไบโอตินยังช่วยให้เล็บแข็งแรงในคนที่มีปัญหาเล็บเปราะ เล็บแตกหักง่าย ในต่างประเทศแนะนำให้รับประทานกันตั้งแต่ 600-2,400 ไมโครกรัม หรือเพียงแค่ 0.6-2.4 มิลลิกรัมเท่านั้น และรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่เป็นอันตราย เพราะไบโอตินอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ หากรับประทานมากเกินไป

ร่าง กายจะขับถ่ายออกมาได้เอง โดยที่ไม่มีการสะสมเป็นส่วนเกินในร่างกายที่สำคัญมีการวิจัยพบว่าเด็กที่มี ปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบ หรือผมร่วงจากการขาดแร่ธาตุไบโอตินนี้

เมื่อได้รับการฉีดไบโอตินวันละ 5-10 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 5,000-10,000 ไมโครกรัมต่อวัน ต่อเนื่องกัน

นาน เป็นเดือน ก็ไม่มีอันตราย แม้จะเป็นเด็กทารกตัวนิดเดียว ดังนั้นการที่คนเราตัวใหญ่ ๆ รับประทานไบโอตินวันละ 2.4 มิลลิกรัม ก็ไม่น่าจะเป็นอันตราย

โดยสรุปไบ โอตินนับเป็นวิตามินหรืออาหารเสริมชนิดหนึ่ง ที่มีบทบาทต่อการเสริมสุขภาพเส้นผมและเล็บให้แข็งแรง ช่วยบรรเทาอาการผมหลุดร่วง ช่วยไม่ให้ผมหงอกไว และช่วยให้ผู้หญิงที่ผมบางหรือผู้ชายที่ศีรษะล้านมีความหวังใหม่ในการทะนุ บำรุงเส้นผมให้มีอายุยืนยาวนานยิ่งขึ้น แต่ว่าถ้าผมหลุดร่วงจนศีรษะล้านเลี่ยนแล้วรับประทานไบโอตินอย่างเดียวคงไม่ ค่อยเห็นผล คงต้องรับประทานยาอื่น หรืออาจจะต้องทำการผ่าตัดปลูกเส้นผมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ

ผู้ ที่มีปัญหาผมร่วง ผู้ที่ดัด ย้อม ยืด โกรกทำสีผม เป็นประจำ ทำให้เกิดปัญหาเส้นผม ไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย มีปัญหาเล็บเปราะ บาง ฉีกขาดง่ายมีความเสี่ยงต่อการขาดไบโอติน เช่น รับประทานยาปฏิชีวนะ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างไบโอตินได้น้อย หรือผู้ที่รับประทานไข่ขาวดิบเป็นประจำ เนื่องจากสารเอวิดิน (Avidin) ในไข่ขาวดิบจะยับยั้งการดูดซึมของไบโอติน

* ลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม

* บำรุงเส้นผมให้แข็งแรงอยู่เสมอ

* รักษาอาการเล็บเปราะบาง ฉีกขาดง่าย รับประทานวันละ 2,400-3,600 ไมโครกรัม เพื่อป้องกันการขาดไบโอติน เนื่องจากไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดี จึงไม่เกิดการสะสมในร่างกาย อาการที่เรามักพบเสมอในผู้ที่มีอาการขาดวิตามินไบโอตินมีดังต่อไปนี้

1.หมดเรี่ยวแรง (Fatigue) และอาจมีอาการของการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ (Muscle Pain)

2.มีอาการคลื่นไส้อาเจียน (Nusea) หรือความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่ออาหาร Loss of Appetite)

3.มีอาการทางระบบประสาท เช่น อาการนอนไม่หลับ (Insomnia) ภาวะซึมเศร้า(Depression)

4.เกิด ความบกพร่องของระบบผิวพรรณ เช่น มีอาการผิวแห้ง (Dry Skin) การรับสัมผัสทางผิวพรรณผิดปกติ (Sensitivity to touch) อาการผมร่วง (Hair Loss)

5.ระบบการเผาผลาญไขมันเกิดความบกพร่อง ส่งผลให้ไขมัน โคเลสเตอรอลในเลือด สูง (Increase in cholesterol) และการเผาผลาญไขมันน้อยลง

การทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานหรือผู้สูงอายุ ก็พบว่าเป็นสาเหตุให้การสังเคราะห์ไบโอตินในลำไส้ลดลง
จึง เป็นไปได้ว่าคนส่วนหนึ่งอาจจะขาดไบโอตินโดยไม่รู้ตัว และทำให้มีปัญหาเล็บเปราะฉีกขาดง่าย ผมหงอกก่อนวัย หรือผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงก่อนวัยอันสมควร และนี่เองคือที่มาของหลักการนำอาหารเสริมวิตามินไบโอตินมารับประทานเพื่อ ช่วยเสริมให้รากผมแข็งแรง ป้องกันหรือระงับการหลุดร่วงหรือผมหงอกก่อนวัย